• Login
  • Sign up

Blog Ripple International

ศิลปะแห่งการเลือกแก้วไวน์ ศาสตร์อันลึกล้ำยิ่งกว่า เพื่อการดื่มไวน์ ดื่มด่ำเต็มอรรถรส

การดื่มไวน์นับเป็นศาสตร์และศิลป์อีกแขนงหนึ่ง ที่สร้างความรื่นรมย์ในรสสัมผัสอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะนอกจากบรรยากาศ รสชาติอาหาร การพูดคุยอย่างถูกคอในวงสนทนาพร้อมไวน์รสชาติเยี่ยมจากองุ่นสายพันธุ์ดีแล้ว แก้วไวน์ยังนับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่ออรรถรสของการดื่มไวน์อย่างมาก เพราะหากจับคู่ไวน์กับแก้วไวน์ไม่ตรงชนิดย่อมทำให้สูญเสียรสชาติและกลิ่นหอมของไวน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไปเช่นกัน 

           

ดังนั้นกูรูไวน์จึงมีข้อแนะนำวิธีการเลือกแก้วไวน์ให้เหมาะกับสายพันธุ์ขององุ่น เพื่อส่งเสริมเรื่องรสชาติและกลิ่นสัมผัส เพิ่มจุดเด่นให้ไวน์มีชีวิตมากขึ้น โดย มร.ฟรานซ์ ดูเมย์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด แก้วไวน์ระดับโลกแบรนด์ ‘Riedel’ ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า แก้วไวน์ที่มีคุณภาพ จะถูกรังสรรค์ขึ้นเฉพาะไวน์สำหรับองุ่นแต่ละสายพันธุ์ประเภท หนึ่งในหัวใจของการสัมผัสอรรถรสไวน์ให้ยิ่งลึกล้ำ ผ่านรูปแบบของแก้วไวน์ที่รองรับไวน์แต่ละประเภทภายใต้การคิดค้นและการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องระดับตำนาน จนถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแก้วไวน์ที่ดีที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก  


มร.ฟรานซ์ ดูเมย์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด แก้วไวน์ระดับโลกแบรนด์ ‘Riedel’

มร.ฟรานซ์ ดูเมย์ กล่าวแนะนำศาสตร์ และศิลป์ชั้นสูงของการเลือกแก้วดื่มไวน์ว่า แก้วทรงสูงที่มีดีไซน์ของแก้วที่เรียวยาว ปากแคบ เป็นแก้วที่เหมาะกับไวน์ขาว ที่ผลิตจากองุ่นสายพันธุ์ ‘Sauvignon Blanc’ ซึ่งเป็นไวน์ขาวทางตอนใต้ของฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยรสชาติที่เปรี้ยวอมหวาน พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผลไม้ตระกูลซิตรัส อาทิ ส้มหรือมะนาว สร้างความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้ผู้ดื่ม ด้วยรูปทรงของตัวแก้วไวน์ที่เรียวยาว ค่อนข้างแคบ เป็นตัวช่วยให้ผู้ดื่มรับกลิ่นความหอมของไวน์ได้เต็มที่


‘Sauvignon Blanc’


แก้วไวน์ดีไซน์สูงประกอบกับตัวแก้วทรงใหญ่และขอบปากกว้าง เป็นแก้วไวน์ที่คู่ควรกับไวน์แดงอย่าง “Pinot Noir” องุ่นแดงเปลือกบางที่ผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊ค ในเขตเมืองเบอร์กันดีของประเทศฝรั่งเศส จนได้ไวน์แดงคุณภาพเยี่ยม ด้วยความโดดเด่นของความเปรี้ยวเจือรสฝาดจากเปลือกองุ่น เมื่อหมุนวนในตัวแก้วไวน์ ใบใหญ่จะให้กลิ่นคาราเมลอ่อนๆ ผสานกลิ่นจากผลเบอร์รี่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และด้วยดีไซน์ของขอบแก้วที่แคบนับเป็นตัวช่วยในการบังคับทิศทางไวน์ ให้รสชาติหอมหวานได้ตั้งแต่สัมผัสแรก


“Pinot Noir"


สำหรับแก้วไวน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยรูปทรงค่อนข้างใหญ่ ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อให้รสชาติไวน์แดงจากการบ่มองุ่นสายพันธ์ “Cabernet Sauvignon” มีความเข้มข้นและจัดจ้านของรสชาติไวน์กระจายสู่ต่อมรับรสอย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น พร้อมสร้างสมดุลของรสชาติเพื่อไม่ให้รสชาติใดรสชาติหนึ่งโดดเด่นออกมาเป็นพิเศษ ซึ่งรสชาติไวน์แดง “Cabernet Sauvignon” มีความเข้มข้นผสมความฝาดของเปลือกองุ่นสูง รวมทั้งให้กลิ่นหอมของพริกหยวกที่เจือด้วยกลิ่นไม้เผา และกลิ่นช็อกโกแลต จึงเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการกระตุ้นร่างกาย และสร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าในยามเย็น


“Cabernet Sauvignon”


แก้วไวน์ที่มีลักษณะก้านแก้วสั้น ทรงแก้วค่อนข้างใหญ่และปากแก้วไวน์ที่กว้างเหมาะอย่างยิ่งกับองุ่นสายพันธุ์ “Chardonnay” ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่หวานกลมกล่อม เมื่อนำมาบ่มเป็นไวน์ขาว จึงให้รสชาติที่หวานพร้อมกลิ่นหอมนุ่มนวลของลูกพีชสุก น้ำผึ้ง หรือวานิลลา เปิดสัมผัสความหอมของกลิ่นไวน์ตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งทรงแก้วที่ค่อนข้างใหญ่ช่วยสร้างความสมดุลให้กับไวน์ระหว่างหมุนวนในแก้ว เพิ่มกลิ่นความหอมนุ่มนวล และยังทำให้ไวน์ไหลสู่ต่อมประสาทรับรสเปรี้ยวที่อยู่ด้านข้างให้เข้ากับรสหวานของไวน์ได้มากขึ้น พร้อมความรู้สึกชุ่มฉ่ำในคอหลังจากทิ้งรสไวน์ไว้สักครู่


“Chardonnay”


ทั้งนี้ ศิลปะการดื่มไวน์ ยังมีอีกหนึ่งลูกเล่นที่เรียกว่า ดีแคนเตอร์ (Wine Decanter) หรือที่พักไวน์ เป็นแก้วที่ถูกหลอมด้วยความร้อน แล้วเป่าด้วยลมที่สม่ำเสมอเป็นรูปทรงต่างๆ อาทิ ภาชนะคล้ายชาม เหยือก ทรงคล้ายงู หรือทรงกลมยาว เป็นต้น จากนั้นจึงนำไปจุ่มน้ำทำให้เย็น ตกแต่งให้ผิวเรียบตามที่ต้องการ  

ประโยชน์ของดีแคนเตอร์ มีไว้เพื่อรองรับไวน์จากขวดก่อนที่จะรินลงแก้ว เพื่อให้ไวน์ได้สัมผัสออกซิเจนในอากาศได้เต็มที่มากกว่าการอยู่ในขวด การนำออกมาสัมผัสออกซิเจนอีกครั้งจะช่วยให้กลิ่นและรสชาติของไวน์ดีขึ้น ทั้งยังช่วยกรองกากตะกอนซึ่งพบในขวดไวน์ที่บ่มไว้นานหลายปี 


ดีแคนเตอร์ (Wine Decanter)


ดีแคนเตอร์ (Wine Decanter)


มร.ฟรานซ์ ดูเมย์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การออกแบบดีแคนเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงใดต้องผสานหลักการเคลื่อนไหวที่ช่วยให้ไวน์ได้รับออกซิเจนมากที่สุด ถ้าเป็นไวน์เก่าหลายปีต้องค่อยๆ รินไวน์จากขวด ใส่โถขนาดใหญ่ หากเป็นไวน์ใหม่ ใช้วิธีเทตรงให้ไวน์ไหลลงอย่างรวดเร็วเพื่อเพิ่มอากาศให้กับไวน์ ทำให้รสชาติดีขึ้น ทันทีที่เทใส่ดีแคนเตอร์เสร็จสามารถรินใส่แก้วดื่มได้ทันที ผิดจากสมัยก่อนใช้เวลานานถึง 2 วัน และถ้าผ่านวิธีการทำดีแคนแล้วดื่มไวน์ไม่หมด สามารถเก็บไว้ได้โดยเทกลับใส่ขวดแล้วปิดจุกคอร์ก ไม่ให้อากาศเข้าไป แต่ไม่ควรเก็บไว้เกิน 1 สัปดาห์ ทั้งหมดนี้คือศาสตร์และศิลป์ที่มร.ฟรานซ์จากรีเดล แบ่งปันเพื่อรสสัมผัสแห่งการดื่มไวน์ที่ลึกล้ำดื่มด่ำ มากกว่าทุกครั้งที่คุ้นเคย

Comment

RELATED BLOG

  • วิธีเลือกแก้วไวน์ ให้ได้คุณภาพ

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ไวน์จะมีรสชาติที่ดีได้นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนในการผลิตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับการจัดเก็บ และแก้วที่คุณใช้ดื่มด้วย เพราะหากคุณเลือกแก้วไวน์ผิด อาจสูญเสียกลิ่นหอม ๆ ของไวน์ หรือทำให้รสชาติดั้งเดิมเปลี่ยนไปได้เหมือนกัน ดังนั้นหากคุณอย ...
  • การเลือกใช้ถ้วยกาแฟ-แก้วสำหรับใส่เครื่องดื่ม

    การเลือกใช้ถ้วยกาแฟ และ แก้วใส่เครื่องดื่มสำหรับใส่เครืืองดื่มเพื่อบริการลูกค้าภายในร้านและภายนอกร้านเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องใส่ใจในการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับเครื่องดื่มแต่ละชนิด และ เหมาะสมกับขนาดหรือปริมาณของเครื่องดื่มที่ขายในร้านกาแฟแต่ละเมนูถ้วยกาแฟร้อน สำหรับใช้ภายในร้าน ในการเลือกใช้เราควรคำน ...
  • เลือกใช้แก้วให้เหมาะสมกับเครื่องดื่ม

    เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า แก้ว ภาชนะที่เราใช้ใส่เครื่องดื่มทั้งชนิดที่ไม่มึนเมา ไปจนถึงชนิดมึนเมานั้น ทำไมจึงต้องมีรูปร่าง รูปทรง ที่แตกต่างกันออกไป บางครั้งแก้วใส่เครื่องดื่มประเภทเดียวกันเองยังมีรายละเอียดปลีกย่อยออกไปอีก แต่โดยจุดประสงค์หลักๆ ก็เพื่อความสวยงาม และความเหมาะสมกับคุณสมบัติของเครื่องดื่ม ...
  • การเลือกซื้อ แก้วไวน์

    เมื่อนึกถึงบรรยากาศงานเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงของครอบครัว งานเลี้ยงพบปะเพื่อนฝูง หรืองานเฉลิมฉลองใด ๆ ก็ตาม คงไม่แปลกนักถ้าจะพูดถึงองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้บรรยากาศในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยมิตรภาพและความสัมพันธุ์อันราบรื่น ซึ่งเจ้าของงานไม่พลาดที่จะนำมาร่วมงานด้วย นั่นก็คือ บรรดาเครื่องดื่มต่า ...
  • ทำไมแก้วไวน์ถึงได้มีหลายแบบและแต่ละแบบใช้แตกต่างกันอย่างไร?

    แก้วไวน์แบ่งหยาบๆได้สองชนิดคือ แก้วไวน์แดงและแก้วไวน์ขาว แก้วไวน์แดง( Red Wine Glass ) เป็นลักษณะเดียวกับ ไวน์ขาว แต่มีขนาดใหญ่กว่า เนื่องจากไวน์แดงนิยมดื่มที่อุณหภูมิห้อง(ฝรั่ง คือ 18-20 องศา) จึงสามารถใช้แก้วขนาดใหญ่กว่าไวน์ขาวเสริฟได้ การรินไวท์ นิยมริน 3/4 ของแก้ว การจับแก้วสามารถจับได้ทั้งก้านแ ...